5 เคล็ดลับที่คนประสบความสำเร็จใช้ในการรับมือกับบทบาทงานที่ไม่ชัดเจน

คุณเคยรู้สึกไม่แน่ใจว่าต้องทำอะไร หรือไม่รู้ว่าองค์กรมีความคาดหวังอะไรจากคุณไหม หากคุณเคย คุณอาจกำลังประสบกับความไม่ชัดเจนในบทบาทอยู่ (Role Ambiguity) แต่สบายใจได้นะคะ เพราะคุณไม่ได้รู้สึกแบบนี้อยู่คนเดียว บทบาทงานที่ไม่ชัดเจนนั้นเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุและพบได้ในหลากหลายองค์กร เช่น คุณเป็นพนักงานใหม่ที่ไม่ได้รับการสอนงานในส่วนที่คุณต้องทำ องค์มีการเปลี่ยนแปลง คุณเลยได้รับมอบหมายงานใหม่ที่ไม่คุ้นเคย คุณต้องทำงานนอกเหนือจากงานที่ได้รับมอบหมายอยู่ตลอดเวลา หรือเมื่อทำงานเป็นทีม คุณต้องรอให้คนในทีมทำงานในส่วนของพวกเขาให้เสร็จก่อน คุณจึงจะสามารถเริ่มทำในส่วนของคุณได้ ปัจจัยเหล่านี้อาจทำให้คนหลาย ๆ คนปวดหัวได้ ดังนั้น วันนี้เราจะมาแชร์เคล็ดลับดี ๆ เพื่อช่วยให้คุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้บทบาทงานของคุณจะไม่ชัดเจนแค่ไหนก็ตาม

1. ยอมรับการเปลี่ยนแปลง

การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ บ่อยครั้ง เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในกระบวนการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเพราะองค์มีการเปลี่ยนแปลง หรือเพราะเนื้องานของคุณถูกปรับเปลี่ยน ความคลุมเครือมักจะตามมา ดังนั้น การยอมรับให้ได้ก่อนว่า การเปลี่ยนแปลงนี้ได้เกิดขึ้นกับคุณแล้ว และก็มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นอีกเรื่อย ๆ จะทำให้คุณปรับตัว และสามารถไปต่อได้ ลองมองว่า หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเลย การพัฒนาก็จะไม่เกิด ทักษะในการยอมรับนี่แหละจะเป็นประโยชน์กับคุณมาก ๆ ในยุคนี้ที่ทุกอย่างรวดเร็วไปหมด หากในการทำงาน คุณไม่แน่ใจว่าต้องเริ่มอย่างไร ต้องทำอะไร ลองพูดคุยกับหัวหน้า หรือคนที่เกี่ยวข้องกับงานของคุณดู คุณอาจได้แนวทาง และความชัดเจนเพิ่มมากขึ้น หรือในกรณีที่เนื้องานคุณถูกปรับเปลี่ยน สิ่งที่คุณทำได้คือ การหาความรู้จากแหล่งต่าง ๆ และเรียนรู้ทักษะที่สำคัญต่องานของคุณให้มากที่สุด

2. ลองทำไปเลย

การหยุดนิ่งเพียงเพราะคุณขาดข้อมูลในบางส่วนนั้นไม่เป็นประโยชน์ต่อคุณเลย เพราะหากคุณไม่ลงมือทำอะไรซักอย่างจนทำให้งานไม่เดิน สุดท้ายงานของคุณก็จะทับถมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้น หากคุณกำลังพบกับความคลุมเครืออยู่ อย่างน้อย ๆ ลองลิสต์ออกมาดูว่า มีอะไรบ้างที่คุณทำได้ และหากคุณทำไม่ได้ จะมีวิธีไหนที่จะช่วยคุณได้บ้าง แน่นอนว่า การลงมือทำอะไรบางอย่างโดยเฉพาะตอนที่คุณมีข้อมูลไม่เพียงพอ ความผิดพลาดย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ แต่ขอให้จำไว้ว่า ความผิดพลาดนั้นเป็นบทเรียนที่จะทำให้คุณเรียนรู้และเติบโตนะ จริง ๆ แล้ว ในชีวิตจริง เมื่อต้องเจอกับหลากหลายสถานการณ์หรือปัญหาที่ต้องแก้ไขเฉพาะหน้า เป็นเรื่องยากนะที่คุณจะได้รับข้อมูลทั้งหมดล่วงหน้าก่อนทุกครั้ง ดังนั้น หากคุณสามาารถทำงานได้โดยไม่ต้องรอให้คนมาป้อนข้อมูลให้คุณได้มากเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งพร้อมรับมือกับโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอได้มากขึ้นเท่านั้น

3. นิ่งไว้แล้วไปต่อ

ลองมองแต่ละงานที่อาจมีแต่ความไม่ชัดเจนด้วยทัศนคติที่เป็นบวกดู ด้วยความมั่นใจว่า ‘ฉันทำได้’ องค์กรรับคุณเข้ามาทำงานเพราะคุณมีความสามารถนะ ไม่ว่าจะด้วยทักษะ ประสบการณ์ หรือการศึกษาของคุณ ดังนั้น เมื่อคุณได้รับมอบหมายงานแล้ว ให้คุณใช้ความสามารถและความรู้ทั้งหมดที่คุณมีเพื่อเต็มที่ไปกับงาน ทำให้ดีที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้ ข้อดีของการทำงานท่ามกลางความคลุมเครือคือ คุณจะได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการหาทางทำงานให้เสร็จ สิ่งสำคัญคือ อย่าลืมบอกตัวเองบ่อย ๆ ให้ใจเย็น ๆ หากคุณยังไม่เห็นทางออก ขอแค่รู้ว่าความช่วยเหลือมีอยู่รอบตัวคุณนะ หากหัวหน้าหรือเพื่อนร่วมงานช่วยคุณไม่ได้ อาจเพราะเขางานยุ่ง ให้คุณลองมองหาแหล่งข้อมูลจากที่อื่นดู เช่น หาข้อมูลทางออนไลน์ หรือพูดคุยกับคนที่เคยทำงานที่คุณกำลังทำอยู่ดู

4. สื่อสารให้เยอะ

พยายามสื่อสารกับหัวหน้าและเพื่อนร่วมงานของคุณให้เยอะเข้าไว้ เพื่อเป็นการอัปเดตข้อมูลโดยรวมและได้รับรู้ถึงงานที่แต่ละคนกำลังทำอยู่ คุณอาจลองเปิดประเด็นโดยการเล่าถึงแผนและความคืบหน้าในงานของคุณก่อน เพื่อเป็นการกระตุ้นให้คนอื่นเปิดใจบอกคุณต่อ เพราะเมื่อทุกคนในทีมได้รับรู้ถึงสิ่งที่แต่ละคนกำลังทำอยู่ ความผิดพลาดจะลดลง และทุกคนก็จะมุ่งไปไหนทิศทางเดียวกัน รวมถึงเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนในทีมด้วยนะ หากมีอะไรจะได้ช่วยซัพพอร์ตกันได้ นอกเหนือการพูดคุยทั่วไป การถามคำถามให้เป็นก็เป็นสิ่งสำคัญ หากคุณสงสัยอะไร ให้ลองถามไปเลย แต่การที่จะถามคำถามเพื่อให้ได้คำตอบที่คุณต้องการนั้น ก่อนอื่นให้คุณลองนึกถึงคนที่เกี่ยวข้องกับงานที่คุณได้รับมอบหมายดู ในแง่ที่ว่า พวกเขาจะช่วยเหลือคุณอย่างไรได้บ้าง ในทางกลับกัน ถ้าคำถามของคุณไม่ได้เจาะจงเฉพาะงาน แต่คุณอยากเข้าใจบทบาทโดยรวมของคุณให้ดีขึ้น ลองพูดคุยกับหัวหน้างานของคุณดู

5. พัฒนาทักษะการแก้ปัญหา

ก่อนอื่นลองทำความเข้าใจว่า คุณพยายามจะแก้ไขอะไร โดยให้ลองกำหนดสถานการณ์หรือปัญหาออกมา และคิดถึงผลลัพธ์ที่คุณอยากให้เกิดดู หากคุณมีหลายตัวเลือกให้เลือก วิธีที่จะช่วยให้คุณตัดสินได้ดีคือ การลิสต์ข้อดีและข้อเสียของแต่ละตัวเลือกออกมา เพื่อให้คุณเห็นภาพว่า ตัวเลือกไหนเหมาะสมที่สุดสำหรับสถานการณ์ของคุณ แต่ต้องอย่าลืมมองในแง่ของความเป็นไปได้ เวลา และบริบทโดยรวมของแต่ละตัวเลือกด้วยนะ และอย่าลืมบันทึกกระบวนการเลือกของคุณด้วย เผื่อคุณอยากกลับไปดูตัวเลือกที่คุณมีอีกครั้งในภายหลัง การทำแบบนี้บ่อย ๆ จะช่วยเพิ่มทักษะการแก้ปัญหาของคุณได้ อีกทั้งยังช่วยให้คุณสามารถประเมินสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ดีขึ้นด้วยข้อมูลที่มีจำกัด

ในยุคปัจจุบันที่ทุกอย่างรวดเร็วไปหมด การจะตามให้ทันการเปลี่ยนแปลงจึงเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ว่าจะในชีวิตส่วนตัวหรือการทำงาน และการจะทำได้นั้น คุณต้องเรียนรู้ที่จะใช้ประโยชน์จากสิ่งที่คุณมี แม้ว่าจะมีข้อจำกัดมากน้อยแค่ไหนก็ตาม และหาวิธีหาข้อมูลเพิ่มเติมด้วยตัวคุณเอง เพราะถ้าทำได้ ไม่ว่าคุณจะเจออะไร คุณจะสามารถรับมือกับมันและไปต่อไปได้ ลองใช้เคล็ดลับที่แนะนำไปกันดูนะคะ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกคนค่ะ

อ้างอิง

 “7 Tips for Managing Ambiguity in the Workplace.” Indeed Career Guide,

https://www.indeed.com/career-advice/career-development/dealing-with-ambiguity.


ประวัติผู้เขียน

Duanmanus Waraphaskul

Mental Health Consultant

M.A. Psychology in Education, Teachers College, Columbia University