รู้ไหม แค่ชมก็ถือเป็นรางวัลทางใจที่ยิ่งใหญ่ได้ มาดู 4 วิธีในการชื่นชมกันในที่ทำงาน

หนึ่งในวิธีการสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีในองค์กรที่เหมาะสมและได้ผลมากที่สุดคือการชื่นชมกัน ให้กำลังใจในการทำงาน การแสดงความรู้สึกชื่นชมกันและกันสามารถสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดีได้ และเป็นการสร้างวัฒนธรรมองค์กรเชิงบวกอีกด้วย เพราะเมื่อพนักงานมีความสุข ได้อยู่ในสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี มีกำลังใจในการทำงาน บรรยากาศการทำงานมีการยอมรับชื่นชมกันและกัน ซึ่งการแสดงออกด้วยการชื่นชมกันและกัน เป็นการแสดงออกถึงการรับรู้ถึงความสำเร็จของบุคคลนั้นๆ ร่วมกัน และยังสะท้อนว่าทุกคนรู้สึกขอบคุณบุคคลนั้นเป็นพิเศษสำหรับความพยายามที่บุคคลนั้นได้ทำให้กับองค์กร อีกทั้งยังสามารถทำให้เกิดการยอมรับในความแตกต่างระหว่างบุคคลได้ง่ายมากยิ่งขึ้นด้วย

ดังนั้น การชื่นชมกันและกัน จึงมีประโยชน์เป็นอย่างมากต่อบรรยากาศการทำงาน ผมอยากให้เรากลับมาพิจารณาที่ตัวบุคคลผู้ได้รับการชื่นชม ว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง

1. ทำให้เกิดพฤติกรรมที่ดีในการทำงานอย่างต่อเนื่อง

เพราะรู้ว่าสิ่งที่ตนเองทำอยู่นั้นดี เป็นที่ยอมรับในสังคมการทำงาน เช่น เก่งมากเลยครับ ยอดเดือนนี้ถล่มถลายมาก ปังมากครับ การนำเสอนโปรเจกต์สุดยอดไปเลยครับ ยอดเยี่ยมมากครับ การเตรียมงานสัมนาเรียบร้อยราบรื่นดีจริง ๆ

2. สามารถทำให้เข้าใจถึงทิศทางการทำงานในลำดับต่อไปของตนเองได้ดีมากยิ่งขึ้น

เนื่องจากการชื่นชมกันนั้น ทำให้บุคคลรู้ว่า สิ่งที่ตนเองกำลังทำหรือกำลังดำเนินการอยู่นั้นเป็นสิ่งที่องค์กรต้องการ เช่น เก่งมากที่นำเสนอประเด็นนี้ขึ้นมา ดีมากที่ทำโปรเจกต์นี้ให้ประสบความสำเร็จ เก่งจริง ๆ เลือกสีได้ตอบโจทย์ลูกค้ามาก

3. ทำให้ทีมงานมีกำลังใจในการทำงาน

การชื่นชมนั้นสามารถทำให้ทีมงานรู้สึกถึงคุณค่าในสิ่งที่ตนเองและเพื่อนร่วมงานนั้นทุ่มเททำลงไป ทำให้เข้าใจว่าสิ่งที่ตนเองทำนั้นมีคุณค่าในสายตาผู้อื่น เป็นการยอมรับทีมงานในความสามารถที่เขามี การแสดงออกก็เช่น ขอขอบคุณทีมงานทุกคนที่เสียสละ ขอบคุณทุกคนมากงานดีจริง ๆ ลูกค้าฝากชมมา ขอบคุณทีมงานสนับสนุนทุกท่านงานที่ส่งต่อมา เป็นประโยชน์มากจริง ๆ

4. ทำให้บุคคลที่ได้รับการชื่นชมนั้นมี “ความภาคภูมิใจในตนเอง” หรือ “Self-Esteem”

เมื่อบุคคลได้รับการชื่นชมนั้น ย่อมส่งผลต่อความรู้สึกเห็นคุณค่าในตนเอง เห็นคุณค่าในงานที่ตอนเองทำ เกิดความรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่าในสายตาของผู้อื่น เช่น เก่งมากครับ เอกสารทำได้ละเอียดครบถ้วนมาก ยอดเยี่ยมมาก ลูกค้าชื่นชมมาก แก้ปัญหาได้ดี

แล้วถ้าชื่นชมแบบมั่ว ๆ หรือชื่นชมแบบส่ง ๆ ไปล่ะ จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

1. ทำให้ทีมงานรู้สึกว่า ไม่จริงใจ ไม่ใส่ใจ ไม่สนใจ ปลอม และตัดทอนกำลังใจในการทำงานได้เป็นอย่างมาก อาจรู้สึกคับข้องใจได้เลย เพราะการชื่นชมที่ได้รับมานั้นขัดแย้ง หรือไม่สอดคล้องกับสิ่งที่ตนเองทำหรือพยายามสร้างสิ่งนั้นขึ้นด้วยความตั้งใจ

2. ทำให้คนที่ทำดีแต่ไม่ได้รับคำชื่นชมเกิดคำถามขึ้นภายในใจ ว่าทำไมคนนั้นไม่ได้ทำอะไรกลับถูกชม แต่เราทำงานนี้เองกลับไม่ถูกชม. ก่อให้เกิดความเบื่อหน่ายต่อการทำงาน และอาจจะนำไปสู่ภาวะหมดไฟ Burn out และสภาวะหมดใจ Brown out ได้ในท้ายที่สุด หากเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งมาก พนักงานอาจถึงขั้นขอลาออกจากงานได้

3. ทำให้เกิดความรู้สึกว่าถูกเพื่อนร่วมงานเอารัดเอาเปรียบ เพราะการชื่นชมนั้นหมายถึงผลงานหรือความสามารถของพนักงานคนนั้น มีคุณค่าในสายตาของผู้บริหารหรือพนักงานทั่วไป เมื่อพนักงานคนหนึ่งทำดี แต่กลับไปชมอีกคนที่ มีการแสดงออกที่โดดเด่นเข้าตากว่า แต่คนที่ทำงานจริง ๆ กลับเป็นอีกคน เหตุการณ์เช่นนี้ย่อมบ่อนทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจกันในระยะสั้นและระยะยาว

4. การพูดชื่นชมแบบส่ง ๆ ขอไปที ทำให้ผู้รับสาร หรือได้รับคำชื่นชมนั้นรู้สึกว่าสิ่งที่เค้าได้รับนั้น ไม่มีคุณค่าเสียเลย สิ่งที่ตนเองตั้งใจทำแทบล้มประดาตายนั้นสูญเปล่า การอดหลับอดนอนนั้นช่างไรคุณค่าในสายตาของผู้ให้การชื่นชม เมื่อแสดงออกว่าคุณไม่ได้ใส่ใจที่จะชื่นชมเค้าจริง ๆ พนักงานคนนั้นก็จะปิดใจ และให้ความร่วมมือกับองค์กรน้อยลงเรื่อย ๆ

5. แล้วยิ่งถ้าเป็นการชื่นชมแบบมั่ว ๆ งง ๆ ก็จะยิ่งทำให้เกิดความสับสนวุ่นวายภายในได้ เพราะการชื่นชมมั่ว ๆ จะทำให้ทิศทางการทำงาน หรือทิศทางของกระบวนการคิดของพนักงานไม่มีแบบแผน ไม่มีมาตรฐานการทำงานที่ชัดเจน เมื่อทุกอย่างคลุมเครือ การตอบสนองต่อสิ่งต่าง ๆ ที่ควรจะต้องชัดเจนก็จะไม่ชัดเจนไปด้วย และที่สำคัญคือก่อให้เกิดความผิดพลาดได้ในท้ายที่สุด

แล้วเราจะฝึกการชื่นชมกันภายในองค์กรได้อย่างไรบ้าง

1. เริ่มต้นด้วยการปรับทัศนคติของตนเองที่มีต่อผู้อื่นก่อน

เมื่อเรามองผู้อื่นในแง่ดี เราก็สามารถหาส่วนที่ดี หรือมุมมองที่ดีของคน ๆ นั้นได้ เช่น เก่งมากครับ เตรียมตัวนำเสนอได้ดีมาก ยอดเยี่ยมมากครับ งานประชุมผ่านพ้นไปได้อย่างดี

2. ปรับมุมมองของตนเองที่มี

ยอมรับความแตกต่างระหว่างบุคคล ยอมรับในตัวตนของตนเองให้ได้ก่อน จากนั้นจึงอยากให้ลองเปิดใจออกยอมรับตัวตนของคนอื่นดูบ้าง เริ่มต้นด้วยมุมมองที่ว่านิ้วมือสิบนิ้ว ทั้งข้างซ้ายและข้างขวา ทั้งสิบนิ้วยังไม่เหมือนกันเลย นิ้วแต่ละนิ้วก็มีลักษณะแตกต่างกัน มีการใช้งานที่แตกต่างกัน ให้เรายอมรับส่วนนี้ให้ได้ก่อน แล้วค่อย ๆ เปิดใจมองผู้คนรอบ ๆ ตัวด้วยใจเป็นกลางครับ

3. ลองกล่าวขอบคุณในสิ่งเล็ก ๆ ที่สามารถทำได้

เช่น ขอบคุณนะ สำหรับหิ้วกาแฟกลับมาให้ ขอบคุณมากที่อุตส่าห์อ่านรายงานของพี่จนดึกเลย ขอบคุณนะ ขนมที่ซื้อมาฝากอร่อยมาก

จัดโปรแกรมการโปรโมตบุคคลดีเด่นประจำเดือนเพื่อเพิ่มวัฒนธรรมการชื่นชมกันในองค์กรครับ

ผมอยากให้เราลองฝึกที่จะหาส่วนดีในคนอื่นดูนะครับ เพราะถ้าเราเห็นสิ่งดี ๆ ของคนอื่นได้ เราเองก็จะเริ่มมีทัศนะคติด้านบวกที่มีผลต่อสุขภาพใจของเราในระยะยาวครับ

อ้างอิง

https://blog.happily.ai/th/recognition-is-the-gift-that-keeps-on-giving-th/

https://www.prosofterp.com/en/Article/Detail/152736

https://www.okmd.or.th/okmd-kratooktomkit/4831/