Servant Leadership ภาวะผู้นำในยุค Agile team

เมื่อสิบปีก่อน ผู้เขียนได้มีโอกาสทำวิทยานิพนธ์ เรื่อง Servant Leadership เนื่องด้วยมีการคาดการณ์อนาคตว่า ในยุคที่การเปลี่ยนแปลงถาโถมเข้ามาเร็วมาก ผู้นำไม่มีเวลาและพลังงานมากพอที่จะสั่งการทุกเรื่องทุกส่วนเหมือนยุคก่อน ที่ทุกอย่างดูจะขับเคลื่อนไปอย่างช้า ๆ

จำได้ว่าในขณะนั้น คำว่า Servant Leadership ยังไม่เป็นที่ยอมรับมากนัก เนื่องจากค่อนข้างจะสวนทางกับ mindset ของคำว่า “ผู้นำ” ในยุคก่อน ที่ผู้นำต้องมีหน้าที่เป็นผู้สั่งการและมีอำนาจในการตัดสินใจเรื่องสำคัญทุกอย่าง โดยมีลักษณะทำงานแบบ Top-down เป็นส่วนใหญ่

เมื่อสิบปีก่อน ผู้เขียนได้มีโอกาสทำวิทยานิพนธ์ เรื่อง Servant Leadership เนื่องด้วยมีการคาดการณ์อนาคตว่า ในยุคที่การเปลี่ยนแปลงถาโถมเข้ามาเร็วมาก ผู้นำไม่มีเวลาและพลังงานมากพอที่จะสั่งการทุกเรื่องทุกส่วนเหมือนยุคก่อน ที่ทุกอย่างดูจะขับเคลื่อนไปอย่างช้า ๆ

จำได้ว่าในขณะนั้น คำว่า Servant Leadership ยังไม่เป็นที่ยอมรับมากนัก เนื่องจากค่อนข้างจะสวนทางกับ mindset ของคำว่า “ผู้นำ” ในยุคก่อน ที่ผู้นำต้องมีหน้าที่เป็นผู้สั่งการและมีอำนาจในการตัดสินใจเรื่องสำคัญทุกอย่าง โดยมีลักษณะทำงานแบบ Top-down เป็นส่วนใหญ่

แต่ในยุคนี้ การจะรอให้ผู้นำทีมมาตัดสินใจและดูแลทุกเรื่องเพียงผู้เดียวนั้นดูจะไม่ทันการณ์ เพราะลักษณะของธุรกิจที่ต้องผลักดันนวัตกรรมและ prototype ของสินค้าและบริการออกมาให้รวดเร็ว ทันกับกระแสตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคที่แทบจะเปลี่ยนวันต่อวัน ต้องมีการมอบอำนาจและกระจายความรับผิดชอบให้กับคนเก่ง ๆ ทุกคนในทีมให้สามารถเคาะไอเดียเจ๋ง ๆ ออกมาให้เร็ว ซึ่งแม้แต่ CEO และ FOUNDER ที่ร่ำรวยที่สุดในโลกแห่งปี 2020 ของ amazon.com อย่าง Jeff Bezos ยังยอมรับเลยว่า ตัดสินใจเร็วแต่ผิด ยังดีกว่าตัดสินใจช้าแต่มีค่าเสียเวลามหาศาล

ดังนั้นผู้นำทีมในยุคนี้ต้องเปลี่ยนจากการ lead เป็นการ facilitate เพื่อดึงเอาศักยภาพและความสามารถของทีมงานแต่ละคนออกมาให้มากและเร็วที่สุด

คำถามต่อมาคือ แล้ว Servant Leadership มีลักษณะอย่างไร วันนี้ผู้เขียนได้ทำการศึกษาวิจัย และสรุปออกมาเป็น 6 ลักษณะ ดังนี้

1. เปิดเผยและโปร่งใส (Be authentic)

ผู้นำในยุคที่ไม่ใช่ one man show อีกต่อไป ดังนั้นผู้นำไม่ใช่ฮีโร่เสมอไปแต่คือคนธรรมดาที่มีการยอมรับในข้อจำกัดและข้อผิดพลาดของตน เปิดเผย โปร่งใส สื่อสารแบบสองทาง แบ่งปันข้อมูลข่าวสารสำคัญให้กับทีม รับผิดชอบต่อการกระทำของตน ตระหนักรู้ตนเอง เปิดรับ Feedback และคำวิพากษ์วิจารณ์จากทีมงาน เพื่อสร้างความไว้วางใจในทีม รวมทั้งมีความซื่อสัตย์ สุจริต และมีจรรยาบรรณในการทำงาน

ผู้นำที่มักไม่ประสบความสำเร็จคือคนที่ไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นใด ๆ จากคนอื่น อาจด้้วยความมั่นใจในตัวเองสูง ประกอบกับการติดกับภาพที่ว่าผู้นำต้องเป็นเหมือนฮีโร่ที่ต้องไม่แสดงความเปราะบางหรือด้านอ่อนแอออกมา แต่ในยุคนี้ ผู้นำเองก็สามารถทำให้คนอื่นเห็นความเปราะบางในตัวเองได้เช่นกัน

2. ให้เกียรติทีมงาน (Respect and recognize)

ผู้นำแบบ Servent Leadership จะนับถือทีมงานในฐานะที่ทุกคนมีศักยภาพและคุณค่าในแบบของตน มี mindset แบบ I’m OK – You’re OK กล่าวคือเคารพทั้งตนเองและทีมงาน มองว่าเท่าเทียมกัน ตนเองไม่ได้เจ๋งกว่า และทีมงานก็ไม่ได้ด้อยกว่า เชื่อมั่นในศักยภาพของแต่ละคน มองว่าแต่ละคนมีความแตกต่างหลากหลาย และให้คุณค่ากับความแตกต่าง รวมทั้งยังไว้วางใจว่าทีมงานจะสามารถทำงานได้ดีที่สุดอย่างเต็มกำลังความสามารถ และฟังเพื่อนร่วมงานอย่างยอมรับและไม่ตัดสิน

ผู้นำที่มักไม่ประสบความสำเร็จในแบบ Agile team คือ คนที่มองว่าตัวเองเก่งอยู่คนเดียว แต่คนอื่นอาจจะยังรู้ไม่เท่า เก่งไม่เท่า หรือตามไม่ทัน ด้วยกรอบความเชื่อแบบนี้จึงทำให้การแสดงออกเป็นแบบไม่ไว้วางใจว่าทีมงานจะทำงานได้เอง ยิ่งสร้างความอึดอัดให้แก่ทีมงาน โดยเฉพาะคนที่มีศักยภาพและความสามารถสูง ๆ จนพวกเขาอาจไม่แสดงความสามารถอย่างเต็มที่อีกต่อไป หรือไม่ก็หนีไปอยู่ที่อื่น ที่ยอมรับและให้ความสำคัญกับความสามารถของพวกเขา

3. พัฒนาทีมงาน (Developing team)

เนื่องจากการทำงานแบบ Agile ต้องอาศัยความสามารถ โดยเฉพาะจุดแข็งและความเชี่ยวชาญของทุกคน ดังนั้นผู้นำจึงต้องสร้างโอกาสให้งานได้พัฒนาศักยภาพของตัวเขา สร้างสัมพันธภาพแบบที่ปรึกษา (Counselor and Coach) เพื่อช่วยให้ทีมงานได้พัฒนาและเติบโตด้วยตนเอง มองความขัดแย้งเป็นโอกาสที่จะได้เรียนรู้และพัฒนา สร้างสภาพแวดล้อมเพื่อกระตุ้นการเรียนรู้ แสดงแบบอย่างด้วยพฤติกรรมที่เหมาะสม

ผู้นำที่ไม่ประสบความสำเร็จมักคิดว่าการรับฟังและให้คำปรึกษาหรือสอนงานเป็นเรื่องเสียเวลา และมักไม่อดทนในการสอนงานหรือยอมให้ทีมงาน หาคำตอบด้วยตนเอง ได้ทดลอง ทำผิดพลาด และเรียนรู้ ซึ่งสุดท้ายพวกเขามักเลือกที่จะทำเอง เนื่องด้วยผลลัพธ์ระยะสั้น เป็นผลให้ผู้นำบางคนต้องรับภาระงานล้นมือ ทั้งๆ ที่ควรเป็นความรับผิดชอบของลูกทีม พวกเขามักคาดหวังว่าทีมงานต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ ในขณะที่บางครั้งพวกเขาเองก็ล้มเหลวในการเป็นแบบอย่างที่ดีในเรื่องเหล่านั้นเช่นกัน พวกเขามักไม่ยอมให้เกิดความผิดพลาด และคาดหวังความสมบูรณ์แบบและถูกต้อง ดังนั้นพวกเขาจึงอาจแสดงออกโดยการไม่เปิดโอกาสให้ทีมงานรับมือกับความท้าทายใหม่ ๆ นอกจากนี้พวกเขายังเลือกที่จะบอกคำตอบ ออกคำสั่งให้ทีมงานลงมือทำอย่างเดียว เขาจึงพลาดโอกาสในการให้ทีมงานได้พัฒนา

4. ให้คุณค่ากับความหลากหลาย (Empathize differences)

การตระหนักถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลและเอกลักษณ์ที่แต่ละคนมี รวมถึงให้คุณค่ากับความแตกต่างหลากหลายในทีม โดยสื่อสารและทำงานร่วมกับแต่ละคนด้วยเทคนิคและวิธีที่แตกต่างกัน

ผู้นำที่ประสบความสำเร็จจะเคารพความหลากหลาย พวกเขาลดอคติในตัวเอง ไม่ตัดสินคนโดยที่ยังไม่รู้จักดี แต่จะมองทะลุเข้าไปถึงคุณค่าภายใน เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดี และดึงคุณค่าในความหลากหลายของแต่ละคนออกมาให้มากที่สุด พวกเขาจะเผชิญหน้าและแก้ไขปัญหาความสัมพันธ์และความขัดแย้งในทางที่สร้างสรรค์ แทนที่จะบงการ แต่พวกเขาเปิดโอกาสทีมงานได้มีรูปแบบและการแสดงออกในแบบของตน ผู้นำที่ประสบความสำเร็จจะพยายามยืดหยุ่นและปรับตัวให้การทำงานกับทีมงานแต่ละคนเป็นไปอย่างราบรื่นที่สุด

ผู้นำที่ไม่ประสบความสำเร็จจะให้คุณค่ากับคนแบบใดแบบหนึ่ง พวกเขาไม่ได้ตระหนักถึงอคติที่ตัวเองมี และมักออกมาในรูปของการด่วนสรุปไปก่อนว่า คนแบบไหนทำงานดีหรือไม่ดี พวกเขาอาจจะมีความประทับใจกับคนที่เหมือนตัวเอง หรือติดในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง โดยลืมตระหนักว่าการทำงานเป็นทีมให้ประสบความสำเร็จนั้นจำเป็นต้องพึ่งพาคนหลากหลายที่มีจุดแข็งกันคนละด้าน รวมทั้งบางครั้ง พวกเขาอาจใช้วิธีการสื่อสารเดียวกันกับทุกคน แต่สุดท้ายต้องมานั่งสงสัยว่า ทำไมบางคนถึงเรียนรู้หรือเข้าใจไม่เท่ากัน ผู้นำที่ไม่ประสบความสำเร็จจะยึดตัวเองเป็นหลักและไม่ยืดหยุ่นในวิธีการของตัวเองในการทำงานร่วมกับผู้อื่่น

5. สื่อสารวิสัยทัศน์ (Visualize vision)

ผู้นำในยุค Agile Team ต้องศึกษาข้อมูลอย่างมาก ศึกษาเรื่องแนวโน้มอนาคต ทิศทางที่ทีมจะต้องไปต่อไป และคาดการณ์ให้แม่นยำให้มากที่สุด ผู้นำจะต้องมองเห็นภาพล่วงหน้า ที่ไม่ได้มองเห็นแค่ภาพปัจจุบันในสภาพที่มันเป็นอยู่ แต่มีเป้าหมาย และทำให้ทุกคนเห็นภาพนั้น ภาพที่ยังไม่เกิดขึ้นให้ได้ นอกจากนี้ผู้นำยังต้องกล้าเสี่ยง หลังจากที่ศึกษาและประเมินความเสี่ยงไว้อย่างดีแล้ว ต้องแสดงความกล้าหาญให้ทีมงานเห็นก่อน ดังนั้นผู้นำต้องเห็นคุณค่าในตนเอง เป็นผู้ริเริ่มบุกเบิก โดยไม่ยึดแต่วิถีเดิม ๆ รวมทั้งรู้จักเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส

ผู้นำที่อาจไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร คือผู้นำที่มุ่งแต่ทำงานปัจจุบัน โดยไม่มองถึงอนาคต ไม่วางแผนเผื่อไว้ รวมทั้งไม่ตั้งเป้าหมายสำหรับอนาคต เขาอาจมองไม่เห็นทิศทางข้างหน้า หรือซ้ำร้ายกว่านั้นคือยึดติดกับวิถีในอดีตมากเกินไป จนวิ่งไม่ทันกระแสโลกที่กำลังหมุนไปอย่างรวดเร็ว

6. สร้างภาวะผู้นำในทีมงาน (Encourage self-leadership)

เนื่องด้วย Agile Team คือทุกคนต้องมี self-leadership ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของผู้นำที่จะต้องกระตุ้นและช่วยพัฒนาในส่วนนี้ ด้วยการมอบอำนาจในการตัดสินใจ มีการควบคุมในระดับต่ำ ไม่มีลักษณะ micro-managment ใช้การโน้มน้าวจูงใจมากกว่าการขู่บังคับ ผู้นำในลักษณะนี้มักถ่อมตน ไม่ยกตนข่มท่าน หรือใช้อำนาจตามตำแหน่งบีบบังคับให้คนอื่นยอมทำตามแบบที่ตัวเองอยากให้เป็น

ผู้นำที่มักไม่ประสบความสำเร็จคือผู้นำที่ทำให้ทีมต้องพึ่งพากันตัดสินใจของหัวหน้าตลอดเวลา ไม่กล้าตัดสินใจเอง เมื่อผิดพลาดจะถูกตำหนิหรือลงโทษอย่างรุนแรง จนสร้างความหวาดกลัวให้กับการทำผิดพลาด รวมทั้งปิดกั้นการกล้าเสี่ยงกล้าลงมือทำ เมื่อเป็นเช่นนี้ทุกอย่างจะถูกขับเคลื่อนไปอย่างเชื่องช้า รวมทั้งเติบโตอย่างจำกัดเพราะต้องขึ้นอยู่กับศักยภาพและวิสัยทัศน์ของตัวผู้นำ และผู้นำแบบนี้ก็จะเหนื่อย

นี่คือคุณลักษณะโดยสรุปของ Servant Leadership สำหรับการทำงานแบบ Agile team ในยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว คนเพียงคนเดียวไม่สามารถเอาชนะหรือวิ่งได้ทัน หากปราศจากทีม ความร่วมมือร่วมใจ และความสามารถที่หลากหลายด้านของแต่ละคน อาจจะวิ่งไม่ทันกระแสโลกและ Disruption ที่พัดผ่านเข้ามาอย่างรุนแรง

อย่างไรก็ตาม ทุกคนสามารถพัฒนาให้มี Leadership แบบนี้ได้ โดยเน้นที่การปรับที่ mindset ก่อน แล้วจึงเน้นย้ำในการสร้างรูปแบบพฤติกรรมจนกลายเป็นวิถีที่เป็นธรรมชาติ หากต้องการทราบว่าตนเองมีภาวะผู้นำสำหรับ Agile team แค่ไหน สามารถทำแบบประเมินนี้ดูได้ค่ะ


ประวัติผู้เขียน

พิชาวีร์ เมฆขยาย

ที่ปรึกษาด้านจิตวิทยาองค์กร ผู้บริหาร iSTRONG Mental Health วิทยากร นักเขียนด้านจิตวิทยาเชิงบวก

M.Sc. จิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, B.Sc. จิตวิทยา (เกียรตินิยม) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, และ Positive Psychology Certified รับรองโดย University of Pennsylvania

0 0 votes
Article Rating

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments